News Room ห้องข่าว ไทยพีบีเอส

Screen Shot 2561-04-24 at 9.22.48 AM

การเปลี่ยนแปลงระดับใหญ่เกิดขึ้นคือการเปิดตัวรายการข่าวและสารคดีเชิงข่าวทีเดียวพร้อมกัน 4 รายการ News Room ห้องข่าว ไทยพีบีเอส คือรายการแรกปรากฎกายผ่านหน้าเจอโทรทัศน์ในขณะที่ผู้เขียน เขียนอยู่ (ใช้คำว่าผู้เขียนมีความเป็นวิชาการขึ้นมา 1.5 เปอร์เซนต์)

G0DL5oPyrtt5HBAi4ALPcZLPcVfYrUnimVzGyNrUMb5cMeIdYs6pwW

ในช่วงปลายของผู้อำนวยการคนก่อน ช่องนกส้มเปิดตัวรายการข่าวที่น่าสนใจ 3 รายการ ข่าวเจาะย่อโลก บ่ายโมงตรงประเด็น  และ มีนัดกับณัฏฐา มีเพียงรายการสุดท้ายเท่านั้นที่ผมดู แล้วเดาว่าอาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เพราะแกนของรายการดูนังไร้ความคมคาย 10 Ep. ที่ผ่านมาทำให้เราเห็นความไม่เข้ารูปเข้ารอยนั้น จากเหตุการณ์ทำให้เห็นว่า พวกเขาปรับตัวรวดเร็วเจ็บได้ ร้องไห้เป็นและยอมรับความล้มเหลว ก่อนจะไปต่อ

คุณก่อเขต พี่แดง นาตยา และ อาจารย์ณัฏฐา คือ 3 ใน 4 ผู้ดำเนินรายการตัวชูของช่อง (อีกหนึ่งในความคิดเห็นผมคือ คุณวราวิทย์ ฉิมมณี ที่ตอนนี้เป็นผู้เชื่อมร้อยอยู่ในข่าวเจาะย่อโลก) รายการเริ่มต้นด้วยการนั่งพูด ดึงเข้าสู่ประเด็นหลักของรายการก่อนที่จะเชื่อมร้อยไปสู่ทางถนัดของผู้ประกาศแต่ละคน ซึ่งนี้คือรายการข่าวแบบที่ผมต้องการ!!!

ในตอนนี้ เริ่มต้นด้วยการมาของ แจ็คม่า คืบประเด็นที่คุณณัฏฐาถาม แจ็ค ด้วยคำถามสำคัญก่อนส่งต่อไปถึงชาวบ้าน และ แตกประเด็นถึงอนาคตทางการเมือง 4.0 และคนรุ่นใหม่ มันคือเรื่องบนแก่นเดียวกันในมิติอีกทางทิศ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเชื่อมโลก จากมุมมองการเมืองเยอรมัน ในส่วนเรื่องของงานโปรดักชั่นนั้นก็ทำออกมาได้อย่างกลมกล่อมและสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับการเป็นรายการข่าว

ผมดูจบ แล้วมีรอยยิ้ม นี่สิ คือรายการที่ ThaiPBS ต้องทำ อย่างน้อยๆมันมำให้คนสมองน้อยอย่างผม ดูข่าวได้อย่างบันเทิง และเดินไปเขียนเชียร์ รายการนี้อย่างจริงจังในบทความนี้

เรียนรู้กับดักของ Her Love Boils Bathwater

nakano

#บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาที่สำคัญของหนัง

วันนี้ผมอยากจะพูดถึงการวางกับดักในหนังครอบครัวแสนออบอุ่นอย่าง Her Love bioe watter เผื่อคนที่ชอบเล่าเรื่องจะได้นำแนวคิดนี้ไปใช้ในการเล่าเรื่องของตัวเอง

ภาพยนตร์รัก Her Love Boils Bathwater (2016) ที่เขียนบทและกำกับโดย Ryôta Nakano มีความน่าสนใจขึ้นมาทันมีเมือผมมีโอกาสได้ดูหนังรักเรื่องนี้จบลง เพราะแทนที่จะเขียนบทในโศกเศร้า ตามภาษาหนังทีว่าด้วยการป่วยไข้ แต่หนังเลือกที่จะวางกับดักกับคนดูให้จี๊ดใจแทน

ก่อนอื่นขอขยายความคำว่า “กับดัก” ของผมกันก่อน

ด้วยธรรมชาติของกับดักคือ “ต้องขุดให้คนรู้สึก และตบให้คนดูจุก”  ซึ่ง Her Love Boils Bathwater  ขุดไว้หลายหลุมทีเดียว โดยหากคุณผู้อ่านได้ดูหนังแล้ว คงเข้าใจ

20161010-yuwowakasuhodo-thumb-950x635-38128-1

ปูตัวใหญ่ : ที่สิ่งมาให้คุณแม่และลูกสาวกิน ที่ขุดเอาไว้ตั้งแต่เริ่มแรกให้คนสงสัยว่า มันคืออะไร แต่แล้วพอเฉลยก็เอาหงายกันไป

ภาษามือ : ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งเราสงสัยว่าน้องเข้าใจได้อย่างไร (ตอนที่อยู่ข้างถนน) พอรู้แล้วก็จุกเช่นกัน

ปมเด็กขโมยเงิน : ที่หากเราเร่งตัดสินคงไม่ได้เจอความจริง

ชุดชั้นในสีฟ้า : เราเหมือนโดนหลอกล่อให้คิดเรื่องเซ็ก แต่แล้วเมื่อชุดชั้นในสีฟ้าปรากฏตัวก็ทำให้รู้สึก จุก อีกครั้ง

การจากลา : เป็นเรื่องราวของนักสืบที่หลอกลูกว่าอยู่แสนไกล แต่แล้วเมื่อเรื่องมาถึงความตาย ก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราไขและกล้าพูดความจริง

พีระมิด : ที่คุณพ่อต้องพยายามรักษาสัญญากับแก้ไข พีระมิด และ พีระมิดคนก็ทำให้เราจุก

ภูเขาฟูจิ : ความสวยงามที่ฟูจิซังทุกคนคงต่างรู้ว่ามันสร้างความรู้สึกดีมากมายและสิ่งนั้นก็มาตอกย้ำก่อนจะจบเรื่อง

สีแดง : ที่เปิดเรื่องด้วยความชอบของคนเป็นแม่ และสีแดงยังคงหล่อเลี้ยงหนังจนถึงซีนสุดท้าย ให้ได้ตีความหมายต่างๆ กันไป

เคล็ดลับของการวางกับดักคือ ต้องทำให้คนรู้สึกสงสัย และเมื่อเฉลยแล้วต้องทำให้จุก ที่ทำให้คนดูรู้สึกว่าจริงที่สุด ใครที่กำลังเขียนบทอยู่ลองวางกับดักดูนะครับ

‘beautiful’

11d42a484f8ab463f8666af2105702ae.jpg

ภาพจาก pinterest

ความงามที่เร่ิมผลิบาน

เรื่องราวของความงาม คือ จุด เร่ิมต้นของโปรเจ็คนี้ หลังจากที่เราทำ ing มา 6 เดือน ทำให้เราค้นพบสิ่งที่เราอยากทำ คือ เราอยากนำเสนอความงามในโลกใบนี้ จึงเป็นที่มาของ ‘beautiful’ เรื่องราวของความงาม ที่ไม่ใช่แค่ความสวยงามจะถูกส่งต่อ และ

นี่คือการเปลี่ยนแปลง จาก ing มาเป็น ‘beautiful’

ทีมงานอยากจะชักชวนผู้อ่านทุกท่านติดตามการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เราตั้งใจทำสิ่งเหล่านี้ให้ “งดงามที่สุดเท่าที่จะเป็นได้” บางคนอาจบอกว่านี้คือเพจโลกสวย เราก็จะบอกว่า “เราอยากให้โลกเป็นแบบนั้น”

ปล. ภาพนี่คงเป็นตัวแทนของเพจที่กำลังจะเปลี่ยนไปได้ดี

https://www.facebook.com/IamBeautifult/

Project ’12’ ‘University’

ข้อแนะนำในการดู ’12’ คือ “อ่านข้อความเหล่านี้พร้อมกับภาพโดยเมื่อตัวอักษรนำขึ้นมา คุณก็สามารถอ่านข้อความในหัวข้อนั้นได้เลย ผมได้เว้นเวลาไว้มากพอให้คุณอ่านจบก่อนจะเปลี่ยนภาพไป”

‘12’ คือชื่อโปรเจ็คที่ผมได้แรงบันดาลใจมาจากหนังยาวเรื่องแรกของผู้กำกับที่ชื่อนวพล อย่าง ‘36’ ผมตั้งใจตั้งกล้อง VDO ไว้นิ่งๆเพื่อที่ให้ผู้ที่เสพงานชิ้นนี้ ได้รับรู้บรรยากาศรอบๆตัวผมระหว่างถ่ายภาพ พื้นที่ในความทรงจำของผมทั้ง 12 ภาพ ผ่านกล้อง Yashica – A

‘Friend’ บริเวณลานกิจกรรมนักศึกษาคือที่แรกที่เลือกถ่าย สมัยเรียนผมขลุกตัวอยู่ที่นี้เผลอๆใช้เวลามากกว่าห้องเรียนเสียด้วยซ้ำ การที่เป็นเด็กกิจกรรมผมจึงได้พบเพื่อนใหม่ตลอดทั้ง 4 ปี ผมไม่ได้ผ่านไปผ่านมาในสถานที่แห่งนี้เพียงแค่ ปีการศึกษาที่ 1 เทอม 1 เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 5 ภาคการศึกษาที่นี่คือที่ ที่ทุกคนจะหาผมพบเสมอ

‘Radio Station’ เบื้องหลังประตูเหล็กสีเทาน้อยคนจะรู้ว่ามันคือ สถานีวิทยุแห่งแรกของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ (ความจริงมันคือเสียงตามสาย) การควบคุมเสียงในโรงอาหารทั้งหมดอยู่ในห้องนี้ ผมต้องแบกเครื่องควบคุมเสียง (Mixer) ไปกลับทุกวันเพื่อที่จะได้จัดรายการที่นี้  แต่เมื่อเราทำมันอยู่ ปีกว่าๆ ก็เลิกทำเพราะที่คณะผมทำวิทยุจริงๆ แล้วผมก็ยกมือขอรับผิดชอบมันจนเรียนจบ

‘Stage’ ความสงสัยคงเกิดขึ้นกับทุกคนว่าภาพสนามกีฬาแห่งนี้ทำไมผมถึงเรียกมันว่าเวที เพราะว่ามันเป็นเวทีของผมจริงๆ น้อยครั้งที่เราจะได้เป็นผู้ดำเนินรายการบนสนามกีฬาของทั้ง 13 คณะกับอีกหนึ่งวิทยาเขต ในหนึ่งปีจะมีสักครั้งตามวาระแห่งการแข่งขันกีฬา

‘Stage’ (เวที) ซ้ำ ผมจำไม่ได้ว่าถ่ายหรือยังเลยถ่ายซ้ำมันอีกรอบ

‘Viewpoint’ หากมีคนถามผมว่าจุดไหนคือจุดที่สวยที่สุดในมหาวิทยาลัยของผม ผมจะแนะนำให้เดินไปดูบริเวณทางเข้าหน้ามหาวิทยาลัย ถนนสายนี้จะทอดยาวตอนรับผู้มาเยือนด้วยต้นไม้และความร่มรื่น

‘landmark’  ลานบัวเหล็ก กลายเป็นจุดนัดพบของใครต่อใคร ช่วงรับปริญญา บัวเหล็กต้องยืนเก็กท่าจนเมื่อยตุ้มเพราะเหล่าบัณฑิตและญาติอยากให้มีเขาอยู่ในเฟรมทั้งนั้น บัวเหล็กเปรียบเสมือนตัวแทนของพวกเราราชมงคล สำหรับผมแล้ว บัวเหล็กคือตัวแทนของการเข้าเรียนที่นี้ เมื่อเรียนจบออกไป เราต่างหวังว่าเราจะเป็นบัวที่พ้นจากโคลนตม

‘Privet look’ ผมคิดว่าผมมองคณะจากมุมนี้สวยสุด ต้นไม้ที่เปรียบเสมือนเส้นนำสายตาชี้ชวนให้มองไปที่คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน สำหรับคนที่เดินมาคณะบ่อยๆอย่างผม เส้นทางลัดเดินเท้าจาก บริหารลัดเข้า คหกรรมผ่านศิลปกรรมจะมาเจอถนนเส้นนี้ พอเราเดินเข้าไป เราจะค่อยๆเห็นคณะชัดเจนขึ้น

‘life Studio’ ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้ามาที่นี่ จนวันสุดท้ายที่เรียนจบจนถึงกลับมารับปริญญา Studio 1 คือที่ ที่เราต้องนั่งยืน เดิน นอน ก่อนจะผ่านช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

‘workshop’ จากสตู 1 มาถึงสตูเล็กๆอย่าง 2-3 เราใช้ที่นี่เรียนจัดแสงและวิชาถ่ายทำรายการโทรทัศน์ มันเหมือนสถานที่เพราะบ่มประสบการณ์ ถึงแม้ปัจจุบันสาขาวิทยุและโทรทัศน์ของเราจะมีสตูเป็นของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ (ถึงเกรดจะไม่ค่อยดี)

‘upgrade’ 10 กว่าปี คือเวลาที่คณะเราเริ่มเปิดทำการอาจจะบวกลบนิดหน่อย รุ่นของผมคือรุ่น 4 (ปีการศึกษา 46) เวลามันพาการเปลี่ยนแปลงมาเสมอๆขึ้นอยู่กับว่าดีขึ้นหรือแย่ลงแค่นั้น

‘relax’  นี่คือมุมที่อยู่หลังคณะในช่วงเวลาที่ผมอยู่ คลองแห่งนี้ยังใสสะอาดมีปลาว่ายไปมาให้เราเห็นบ้างแต่วันนี้มันต่างออกไปมากทีเดียว ผมนั่งที่นี้พร้อมอ่านหนังสือเหมือนเช่นวันวาน ที่แห่งนี้บางทีมันเป็นสนามฟุตบอลบางครั้งเป็นที่รับน้อง และสำหรับผมมันคือมุมที่ผ่อนคลายที่สุดตลอดเวลา 4 ปี ที่เรียนอยู่ การใช้ชีวิตวัยรุ่นมันวุ่นวายไม่น้อยแต่สิ่งที่มันมีมากกว่าจริงๆ คือความสุขที่เราได้ จากสิ่งที่เราเรียกว่า ‘มหาลัย’

How to scan film negatives with iPhone.

วิธีสแกนฟิล์มด้วย iPhone

How to scan film negatives with iPhone.

 ส่ิงที่ต้องเตรียม

iPhone/iPad สำหรับถ่าย iPhone/iPad สำหรับเป็นแหล่งแสง กล่อง กระจก (วิธีหาง่ายๆที่สุดคือถอดจากกรอบรูป) 2 แผ่น กรรไกร คัตเตอร์ ดินสอ ไม้บรรทัด กระดาษกาว  ฟิล์มที่จะสแกน

 Materials:

iPhone or iPad for taking the photos, iPhone or iPad or another light source, A box, 2 Glass sheets (could easily find it from picture frames), Scissor, Cutter, Pencil, Ruler, Masking tape, Film negatives

ขั้นตอนที่ 1 นำกระจกมาวัดกับฝากล่องเพื่อที่จะได้รู้ขนาดของกระจก 1st step Using a glass sheet to measure the window we going to cut on a box lid.

 ขั้นตอนที่ 2 ตัดฝากล่องโดยวัดจากเส้นขอบของกระจกมา 1 ไม้บรรทัด “สำหรับคนที่ไม่ชอบภาพที่ติดหนามเตยอาจจะตัด 3.5cm x 2.4cm สำหรับฟิล์ม135 และขนาด 5.5cm x 5.5cm สำหรับฟิล์ม120”2nd step Making a window which is narrow than the glass sheet on the box lid. Or in case that you don’t want the photos with bezel, you can cut a window size 3.5cm x 2.4cm for 135 film or 5.5cm x 5.5 cm for 120 film.

 ขั้นตอนที่ 3 นำกระจกแผ่นแรกมาบางบนฝากล่องที่ถูกเจาะ

3rd step Put a glass sheet on the window on a lid.

ขั้นตอนที่ 4 ติดกระดาษกาวเพื่อให้กระจกติดกับฝากล่องทั้ง 4 ด้าน

4th step Secure the first glass sheet with masking tape.

ขั้นตอนที่ 5 นำกระจกแผ่นที่ 2 มาวางทับแผ่นแรกให้มีความเหลือมกันเล็กน้อย เพื่อที่จะนำฟิล์มเข้าออกได้สะดวก

5th step Put the second glass sheet a little bit overlap on the first one to make it easily to put the film negatives on.

ขั้นตอนที่ 6 ติดกระดาษกาวเพื่อให้กระจกติดกับฝากล่องทั้ง 2 ด้าน ตามยาว

6th step  Secure the second glass sheet with masking tape by left 2 side for putting the film negatives between the glass sheets.

ขั้นตอนที่ 7 เปิด App เพื่อให้แสงสว่างใน iPad หรือ iPhone โดยในคลิปนี้เราใช้ App ‘FilmScanner’ เปิดโหมด Light Box แล้วนำมาใส่กล่องที่เตรียมไว้ การที่เอากระจกติดบนฝากล่อง เพื่อให้มีระยะระหว่าง iPad กับฟิล์ม ทำให้ไม่เกิดปัญหาจากเม็ดpixels ในภาพที่เราถ่ายออกมาเพราะสาเหตุนั้นเกิดจาก iPad อยู่ใกล้ฟิล์มเกินไป

7th stepUsing the light source application on iPhone or iPad or any other light source by putting it in the box (in this VDO we using the light source on ‘FilmScanner’ application) The reason we put the glass sheet on the box lid is to make space between the light source and the film negatives. This will help release the defective pixels problem in your photos

ขั้นตอนที่ 8 ปิดฝากล้อง

8th step  Put a lid on the box

ขั้นตอนที่ 9 นำฟิล์มที่เตียมไว้สอดเข้าไปที่ช่องว่างระหว่างกระจก

9th step Putting the film negatives between the glass sheets

ขั้นตอนที่ 10 นำ iPhone ขึ้นมาพร้อมเปิด App ที่สามารถแปลงสีภาพฟิล์ม Negative ได้ โดยในคลิปนี้เราใช้ App ‘FilmScanner’ เปิดโหมด Viewer “อย่าลืมบอกให้ปรับเพิ่มความสว่างและเวลา auto lock หน้าจอด้วย เพราะไม่เช่นนั้นภาพอาจออกมาไม่คมชัด”

10th step Using the film negatives converter application on iPhone or iPad (in this VDO we using ‘FilmScanner application’) Don’t forget to set up the screen lightness to the brightest level when you auto lock your iPhone screen, cause it will make you photo clearer.

ขั้นตอนที่ 11 จัดวางองค์ประกอบแล้วถ่ายได้เลย

11th stepTakes photo of the film negatives

แค่นี้เราก็จะได้ภาพฟิล์มที่กลายเป็นไฟล์ Digital เรียบร้อย ซึ่งหากอยากได้ความสีที่มีความคมชัดขึ้นเราก็สามารถใช้ App แต่งสีได้ตามความชอบของแต่ละคนเลยครับ

Now we got the film photos in digital. And if you want your photos to be more clear, you can use the application to adapting it in the way you want.

Shutter Story : “เพราะมันคือชีวิตผม” ประพาส ครองบุญ

Shutter Story : “เพราะมันคือชีวิตผม”  ประพาส ครองบุญ

LIT Photography Art School

 “เราไปที่นั้นในฐานะลูกศิษย์”

 ช่วงเวลาที่ได้นั่งคุยกับคนที่ถ่ายภาพมากว่า 30ปี มันเป็นช่วงเวลาที่ Binary Staff มีความสุขมากๆครับ เราไปที่นั้นในฐานะลูกศิษย์คงเป็นคำพูดที่ไม่เกินเลยไปนักเพราะ หนึ่งใน Binary Staff ก็เป็นลูกศิษย์ที่นั้น และอีกคนก็กำลังสนใจ มีหลายอย่างที่เราพูดคุยกันหลังไมค์ และมันสร้างแรงบันดาลใจให้กับเรามากมาย หนึ่งขอที่เราชอบมาก “รูปทุกรูปที่อาจารย์ถ่าย อาจารย์จะเข้าไปคุยกับแบบทั้งหมด” อาจารย์บอกว่า คนเหล่านั้นเป็นผู้เสียโอกาสนะ เราไปหยิบฉวยภาพ ความรู้สึกของเขามาเป็นงานของเรา นี่คงเป็นข้อคิดที่น่าสนใจ มันอาจไม่ได้บอกว่ามันผิดหรือมันถูก แต่เราเชื่อว่าการพูดคุยมันนำไปสู่มิตรภาพดีๆเสมอ เหมือนการพูดคุยของพวกเรากับอาจารย์

The Binary Staff

อย่างที่เล่าไป The Binary Room ถูกสร้างขึ้นจากความชอบของคนทั้ง 3 วันนี้ผมขอแนะนำน้องๆและตัวผมเอง คนแรกคือ สาวน้อย(ตัวใหญ่) ภาพที่เราเห็นอยู่ใน Cover หรือประกอบเรื่องราวนี้ก็เป็นฝีไม้ลายมือของเขา เราคงเรียกเขาว่านักวาดภาพประกอบได้อย่างเต็มปาก ล่าสุดเธอเพิ่งเดินทางไปเวียดนาม และแน่นอนเธอพกกล้องฟิล์มประจำตัวเธอไปด้วย สาวคนนี้มีมุมมองการถ่ายภาพที่เด็ดดวงไม่น้อยการันตรีด้วยคนตามเธอใน iG กว่า 10,000 คน

ตามมาด้วยน้องชายคนกลางของภาพ นายคนนี้เขาสะสมกล้องเป็นชีวิตจิตใจ จะบอกว่า The Binary Room เริ่มต้นจากเขาก็ไม่ผิดนัก ชายผู้นี้หลงไหลการถ่ายภาพไม่ว่ากล้องในมือเขาจะเป็นกล้องชนิดใดรุ่นใดเราจะมีโอกาสได้เห็นภาพอันงดงามของเขาเสมอ

ส่วนผม ไม่ขอแนะนำตัวให้ยืดยาว อาชีพหลักผมเป็น ‘กรรมกรของความคิดสร้างสรรค์’ ครับ สนุกทุกครั้งที่ได้นำความคิดสร้างสรรค์ไปทำอะไรหนุกๆ และที่ The Binary Room ก็เช่นกัน